แชร์

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
3070 ผู้เข้าชม

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล คือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคำสั่งหรือในนามของ "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล"

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 (ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล) และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 (ประกาศฯ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ) กำหนดหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไว้ดังนี้
 
1.เหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล อาจเกิดจากการละเมิดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยจากการกระทำของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนพนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อ 4 ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล)

2.หากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดจากการกระทำของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 2. ในขั้นตอนการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในเบื้องต้นว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการตรวจสอบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures)

ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถพิจารณารายละเอียดจากข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และประเมินความเสี่ยงที่การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลหรือไม่ (ข้อ 5 (1) ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล)

3.ในการประเมินความเสี่ยงสำหรับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลว่า มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเพียงใด ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องนำมาพิจารณา ได้แก่

ลักษณะของระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ที่เกี่ยวข้องของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งที่เป็นมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) รวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) (ข้อ 12 (1) ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล)

4.หากระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามข้างต้น พบว่า มีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจสั่งการให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการป้องกัน ระงับ หรือแก้ไขเพื่อให้การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสิ้นสุดหรือไม่ให้การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลส่งผลกระทบเพิ่มเติมโดยทันทีเท่าที่จะสามารถกระทำได้ (ข้อ 5 (2) ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล)

5.ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มี ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA: Data Processing Agreement) ที่กำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (ข้อ 6 ประกาศฯ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ)

6.ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องระบุไว้ใน DPA ให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ (ข้อ 8 ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล)

 

ผู้เขียนเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวอาจน้อยกว่า 72 ชั่วโมงก็ได้ โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

 

กรณีศึกษา

บริษัท A บริษัทที่ประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ซึ่งมีลูกค้าทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ของลูกค้า

อาทิ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ รวมถึงข้อมูลในสัญญา (เช่น ประเภทของเชื้อเพลิง หมายเลขมิเตอร์ เป็นต้น)

โดยมีการจ้างให้บริษัท B เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนของการจัดเก็บแฟ้มข้อมูลถาวร (Archive) ซึ่งรวมถึงข้อมูลประเภทดิจิทัลด้วย

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 137,314 รายได้ถูกคัดลอกออกไปซึ่งเกิดจากการดำเนินการพัฒนาฐานข้อมูลใหม่ของบริษัท B โดยบริษัท B ได้ทำการเปลี่ยนแปลงระบบ

ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าว บริษัท B ได้ใช้ข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลจริงของลูกค้าบริษัท A ในการทดสอบประสิทธิภาพของระบบ อีกทั้งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยต่าง ๆ ที่บริษัท B ใช้ก็ไม่ได้ถูกตรวจสอบก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบ และนำส่งระบบที่แก้ไขแล้วนั้นให้แก่บริษัท A

รวมถึงบริษัท A ก็ไม่เคยมีการตรวจสอบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเลยในระหว่างการใช้งานระบบ

ดังนั้น บริษัท B จึงกระทำการโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กล่าวคือ ไม่ดำเนินการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

โดยการที่ใช้ข้อมูลจริงของลูกค้าในการทดสอบระบบโดยไม่มีมาตรการในการทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลแฝง ทำให้เกิดการละเมิดความลับของข้อมูลส่วนบุคคล

จึงเป็นกรณีที่บริษัท B ไม่มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่จำเป็นและเหมาะสมในกรณีดังกล่าว ตามข้อ 4 ของประกาศฯ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ

อย่างไรก็ตาม การมีผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ยกเว้นหน้าที่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

หน้าที่ดังกล่าวยังคงเป็นของบริษัท A ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหลัก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ มาตรา 37 (1) ประกอบกับ ข้อ 4 ของประกาศฯ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ เช่นกัน (เทียบเคียงกรณีศึกษาจาก UODO (Poland) - DKN.5130.2215.2020) 

คอลัมน์ Tech, Law and Security

ศุภวัชร์ มาลานนท์
GMI มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ปัณฑารีย์ อวยจินดา
บริษัท ดีพีโอเอเอเอส จำกัด

ที่มา:
1.ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 (ประกาศฯ การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล)
2.ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 (ประกาศฯ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ)
3.ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565
4.UODO (Poland) - DKN.5130.2215.2020, available at https://gdprhub.eu/index.php?title=UODO_(Poland)_-_DKN.5130.2215.2020


บทความที่เกี่ยวข้อง
การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและการพัฒนา AI
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มาตรา 37 (3) กำหนดให้องค์กรมีหน้าที่จัดให้มีระบบการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
13 ส.ค. 2024
ความยินยอมของพนักงาน? ความโปร่งใสของการบริหารจัดการข้อมูล
หลักความชอบด้วยกฎหมาย ความเป็นธรรมและความโปร่งใสของการบริหารจัดการข้อมูล (Lawfulness, Fairness and Transparency) เป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐาน
13 ส.ค. 2024
Digital Twins แบบจำลองดิจิทัล (Digital Replicas)
แบบจำลองดิจิทัล (Digital Replicas) หรือที่เรียกกันว่า "ฝาแฝดดิจิทัล" (Digital Twins) คือการจำลองเสมือนจริงของวัตถุหรือระบบทางกายภาพ
20 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy