แชร์

การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและการพัฒนา AI

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
5486 ผู้เข้าชม

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มาตรา 37 (3) กำหนดให้องค์กรมีหน้าที่จัดให้มีระบบการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา

หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

1. เป็นการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (freedom of expression)

2. การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
     2.1การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ 2.2การปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ
     2.3เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
     2.4ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข

3. การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

4. การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

5. การยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

6. การปฏิบัติตามกฎหมาย

นอกจากจะเป็นหน้าที่ขององค์กรที่จะต้องจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้างต้นแล้ว PDPA ยังให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ดำเนินการลบหรือทำลาย (Erasure) หรือ ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อีกด้วย (Anonymization) ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 33 และองค์กรมีหน้าที่ดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเว้นแต่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามกฎหมาย

มาตรา 33 ของ PDPA ดังกล่าวแตกต่างจากสิทธิในการขอให้ลบตาม GDPR (Art. 17 GDPR Right to erasure (right to be forgotten)) เนื่องจากตาม GDPR ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิในการขอทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ดังนั้น โดยหลักการตามมาตรา 17 GDPR หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอลบข้อมูลและไม่มีข้อยกเว้น องค์กรย่อมมีหน้าที่ในการลบข้อมูลเท่านั้น

ทั้งนี้ ตาม GDPR ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) ไม่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของ GDPR ดังนั้น องค์กรที่มีข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอยู่ในความครอบครองหรือมีการประมวลผล Anonymous Data

เช่น เพื่อการทำ Machine Learning หรือ Training Data/Testing Data สำหรับโมเดล AI การดำเนินการดังกล่าวจะไม่อยู่ในบังคับของ GDPR แต่ตาม GDPR ก็ยังมีความไม่ชัดเจนว่าองค์กรสามารถเลือกที่จะใช้วิธีการ Anonymization แทนการลบข้อมูลได้หรือไม่

และยิ่งหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิในการขอลบ องค์กรจะปฏิเสธไม่ดำเนินการลบแต่ใช้วิธีการ Anonymization เพื่อให้ข้อมูลที่มีอยู่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ต่อไปได้หรือไม่

เมื่อพิจารณาบทบัญญัติของ PDPA ตามมาตรา 37 (3) หน้าที่ดำเนินการลบ และมาตรา 33 คำขอให้ลบ จึงมีประเด็นน่าสนใจว่าองค์กรสามารถเลือกที่จะไม่ลบแต่เลือกทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) แทนได้หรือไม่

ซึ่ง (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลายฯ (อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น) ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 33 วรรคห้า ในข้อ 7. กำหนดว่า ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิขอให้องค์กรดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย องค์กรจะต้องดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น โดยไม่อาจดำเนินการทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) แทนได้

จากบทบัญญัติดังกล่าวของร่างประกาศฯ จึงมีแนวโน้มว่าคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะเปิดช่องให้หน่วยงานเลือกใช้การทำ Anonymization แทนการลบข้อมูลส่วนบุคคลได้ (ยกเว้นกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น)

ดังนั้น แม้ว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้ถอนความยินยอม หรือข้อมูลส่วนบุคคลนั้นสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บแล้ว ซึ่งการบัญญัติในลักษณะดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการพัฒนา AI ของประเทศ เนื่องจากนักพัฒนาจะถูกลดข้อจำกัดในการนำข้อมูลมาใช้เพื่อการพัฒนา AI

นอกจากนี้ร่างประกาศฉบับดังกล่าวในข้อ 5. ยังส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยการกำหนดให้หน่วยงานอาจไม่ต้องทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลหรือต้องทำ Anonymous Data ตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอเนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคได้ ซึ่งกรณีนี้จะทำให้องค์กรที่ใช้ Big Data หรือมีข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อนเพื่อใช้ในการฝึกสอน AI อาจไม่ต้องทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ

เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวอาจไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยเหตุผลในทางเทคนิค (Technical Feasibility)  อีกทั้งการดำเนินการลบหรือทำลาย หรือการทำ Anonymization ยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของการประมวลผลของระบบ AI

หรือหากข้อมูลส่วนบุคคลถูกลบออกจากชุดข้อมูลการฝึก โมเดล AI ก็อาจจำเป็นต้องได้รับการฝึกใหม่ (Model Retraining) เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เก็บข้อมูลที่ได้มาจากข้อมูลที่ถูกลบ ซึ่งกระบวนการนี้อาจต้องใช้ทรัพยากรมากอีกด้วย แต่ทั้งนี้ องค์กรมีหน้าที่ชี้แจงหรือแสดงให้เห็นถึงเหตุผลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลักความโปร่งใสต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน ร่างประกาศฯ จึงกำหนดให้ในกรณีของการทำ Anonymous Data องค์กรมีหน้าที่แจ้งรายละเอียดในการดำเนินการดังกล่าวให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบตามสมควรด้วย หรือในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำ Anonymous Data ตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ องค์กรก็มีหน้าที่ต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมเหตุผลประกอบด้วยเช่นกัน.

คอลัมน์ Tech, Law and Security

ระวีวรรณ ขันติวิริยะพานิช
บริษัท ดีพีโอเอเอเอส จำกัด

ศุภวัชร์ มาลานนท์
GMI มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


บทความที่เกี่ยวข้อง
CrowdStrike หน้าที่และความรับผิดตาม PDPA เป็นของใคร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กำหนดหน้าที่ขององค์กรที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ CrowdStrike ไว้ดังนี้
20 ก.พ. 2025
ข้อมูลอีเมลรั่วไหลมีความเสี่ยงถึงชีวิตได้หรือไม่
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 หน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอังกฤษ (UK Information Commissioners Office: ICO)
13 ส.ค. 2024
กฎหมายว่าด้วยการใช้ซิมการ์ดในทางที่ผิด
เหมือนกับบ้านเรา สิงคโปร์กำลังเผชิญกับการหลอกลวงที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์ในปี 2566
20 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy