แชร์

แนวทางการทำการตลาดแบบตรงให้สอดคล้องกับ PDPA

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
678 ผู้เข้าชม

แนวทางการทำการตลาดแบบตรงให้สอดคล้องกับ PDPA
การทำการตลาดแบบตรงที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งกับธุรกิจ โดยเมื่อองค์กรจะทำการตลาดแบบตรง องค์กรมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำการตลาดแบบตรงให้สอดคล้องกับแนวทางสากลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรอาจกำหนดการดำเนินการเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่

การระบุ (identify)
การวางแผน (plan)
การเก็บรวบรวม (collect)
การเคารพต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (respect) ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1 การระบุ (identify) 
องค์กรต้องระบุให้ได้ก่อนว่า การดำเนินการขององค์กรเป็นการทำการตลาดแบบตรงหรือไม่ อาทิ การดำเนินการนั้นเป็นกิจกรรมการส่งเสริมการขาย การโปรโมทสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ แคมเปญ หรือเป็นการสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายให้เกิดการกระทำอะไรสักอย่างขึ้นมาหรือไม่และสิ่งที่นำเสนอเป็นการสื่อสารเฉพาะเจาะจงบุคคลหรือไม่ เช่น การส่งอีเมล การส่งข้อความ การโทรศัพท์ การโพสต์ การตลาดทางโซเชียลมีเดีย การโฆษณาออนไลน์ที่กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และรวมถึงการส่งไปรษณีย์ เป็นต้น

หากการดำเนินการขององค์กรไม่เข้าเงื่อนไขของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การดำเนินการนั้นก็ไม่เข้าลักษณะของการทำการตลาดแบบตรง อาทิ การโฆษณาผ่านระบบโทรทัศน์หรือวิทยุ การโฆษณาผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ แบบนี้โดยช่องทางการสือสารไม่ถือว่าเป็นการตลาดแบบตรง

ขั้นตอนที่  2 การวานแผน (plan) 
เมื่อองค์กรสามารถระบุได้ชัดเจนแล้วว่ากิจกรรมที่องค์กรจะดำเนินการถือว่าเป็นการทำการตลาดแบบตรง องค์กรควรวางแผนเพื่อทำการตลาดแบบตรง การวางแผนก่อนดำเนินการใด ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสที่การดำเนินการจะประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยงต่าง ๆ
ที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการทำการตลาดแบบตรงในแต่ละลักษณะอาจมีข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน ดังนี้

2.1 ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้
หากในการทำการตลาดแบบตรงมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 อาทิ ข้อมูลสุขภาพ องค์กรต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น การมีฐานทางกฎหมายที่ถูกต้องเหมาะสม 

อาทิ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของความชอบด้วยกฎหมายของการทำการตลาดแบบตรง หรือเป็นการทำการตลาดกับกลุ่มบุคคลเปราะบาง อาทิ ผู้เยาว์ กรณีนี้อาจต้องขอความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครองเพื่อทำการตลาดแบบตรง

2.2 การติดต่อไปยังเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 
ในการติดต่อไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หากเป็นการดำเนินการทางโทรศัพท์ องค์กรต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบว่า 1) คุณคือใคร 2) ควรแสดงหมายเลขของคุณ และ 3) สามารถให้รายละเอียดการติดต่อและสอบถาม
หากทำการตลาดแบบตรงโดยการส่งอีเมลหรือข้อความ องค์กรต้องได้รับความยินยอมหรือมีฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายขององค์กร เป็นต้น (legitimate interests) 
และก่อนการติดต่อองค์กรควรมีระบบในการตรวจสอบว่าลูกค้าหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายดังกล่าวได้เคยถอนความยินยอมเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตลาดแบบตรงไว้แล้วหรือไม่ หรือได้เคยใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงไว้หรือไม่ หากมีกรณีดังกล่าว องค์กรก็ไม่สามารถสื่อสารไปยังเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำการตลาดแบบตรงได้

2.3 การมีฐานทางกฎหมายในเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
การวางแผนของการทำการตลาดแบบตรงยังรวมไปถึงต้องมีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ซึ่งส่วนใหญ่การทำการตลาดแบบตรงของภาคธุรกิจจะใช้ฐานความยินยอม (consent)

หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (legitimate interests) และประโยชน์ดังกล่าวขององค์กรมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

2.4 ความถูกต้องและคุณภาพของข้อมูล
องค์กรควรมีระบบหรือกระบวนการในการตรวจสอบความถูกต้องและเป็นปัจจุบันของข้อมูล เพราะถ้าหากองค์กรใช้ข้อมูลที่ผิดหรือไม่เป็นปัจจุบัน ก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือก่อให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็น อาทิ การส่งจดหมายเพื่อการตลาดไปยังที่อยู่ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย หรือการส่งไปผิดเป้าหมาย เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 การเก็บรวบรวม (collect)   
เมื่อมาถึงขั้นตอนของการเก็บรวบรวม องค์กรควรพิจารณาถึงแหล่งที่มาของข้อมูล ได้แก่ การเก็บข้อมูลมาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง การเก็บมาจากแหล่งอื่น (ได้รับโอนหรือเปิดเผยมาจากพันธมิตรทางธุรกิจ) หรือเก็บรวบรวมมาจากสาธารณะ 

อาทิ ทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเก็บรวบรวมมาจากแหล่งใด องค์กรมีหน้าที่ในการสร้างความโปร่งใสโดยการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยการประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (privacy notice) ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการทำการตลาดแบบตรง 

และหากที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลมาจากบุคคลที่สาม (จากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง หรือจากการซื้อข้อมูล) องค์กรต้องมั่นใจว่าผู้โอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมายังองค์กร ได้เก็บรวบรวมและสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยชอบด้วยกฎหมาย มิเช่นนั้น องค์กรในฐานะผู้รับโอนก็จะไม่มีสิทธิใช้ข้อมูลที่ได้รับโอนมาเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 4 การเคารพต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (respect) 
กฎหมายกำหนดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงเมื่อใดก็ได้ และองค์กรไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้

โดยต้องแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนในทันทีเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบ  

องค์กรจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการเคารพต่อสิทธิคัดค้านหรือการเพิกถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเมื่อมีคำร้องขอ องค์กรมีหน้าที่ตอบสนองต่อคำขอใช้สิทธิตามเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด

และต้องหยุดการใช้ข้อมูลในการทำการตลาดแบบตรง และควรบันทึกรายละเอียดรายการที่ห้ามใช้ข้อมูลในการติดต่อเพื่อไม่ให้มีการทำการตลาดแบบตรงอีก

ผู้เขียนเชื่อว่า การดำเนินการตามแนวทางข้างต้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากการทำการตลาดแบบตรงโดยไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ได้อย่างแน่นอน.

By ศุภวัชร์ มาลานนท์ มจธ.
ระวีวรรณ ขันติวิริยะพานิช DPOAAS


อ้างอิง: 
UK ICO, An introduction to direct marketing a step-by-step guide for your small business, available at https://ico.org.uk/for-organisations/sme-web-hub/an-introduction-to-direct-marketing-a-step-by-step-guide-for-your-small-business/

ref: https://www.bangkokbiznews.com/business/1043286


บทความที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติของ Data Protection Officer และหน้าที่ขององค์กร
คุณสมบัติของ DPO และหน้าที่ขององค์กรผู้ประกอบการควรสรรหา DPO ที่เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจทั้งทางด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และลักษณะของกิจการ
13 ส.ค. 2024
ความยินยอมของพนักงาน? ความโปร่งใสของการบริหารจัดการข้อมูล
หลักความชอบด้วยกฎหมาย ความเป็นธรรมและความโปร่งใสของการบริหารจัดการข้อมูล (Lawfulness, Fairness and Transparency) เป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐาน
13 ส.ค. 2024
การตลาดแบบตรง...การแอบเก็บข้อมูลสุขภาพ
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ICO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของอังกฤษได้มีคำสั่งปรับบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเงิน 1,350,000 ปอนด์
13 ส.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy