แชร์

เมื่อผู้รับจ้างทำข้อมูลรั่วไหล | ศุภวัชร์ มาลานนท์

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
849 ผู้เข้าชม

เมื่อผู้รับจ้างทำข้อมูลรั่วไหล | ศุภวัชร์ มาลานนท์
การบริหารความเสี่ยงขององค์กรจากการใช้ผู้รับจ้างภายนอกในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยภัยคุกคามและความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น


ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดร่วมกันในส่วนของการจัดให้มี "มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย" แต่หน้าที่ในส่วนของการแจ้งตามกฎหมายเมื่อเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Breach notification) เป็นหน้าที่และความรับผิดของผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ผู้ว่าจ้างจึงมีหน้าที่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม

การเริ่มนับระยะเวลา 72 ชั่วโมงในกรณีที่เหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดจากการดำเนินการของผู้รับจ้างจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ โดยตามแนวทางของ WP29 Guidelines on Personal data breach notification under Regulation 2016/679 (GDPR) ให้ข้อสังเกตว่าการเริ่มนับระยะเวลา นับแต่ทราบเหตุ ให้พิจารณาหลักเกณฑ์ ดังนี้

มีการยืนยันว่ามีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (confirmed breach) : ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีความมั่นใจในระดับที่เหมาะสมว่าเกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย (security incident) ซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกละเมิด กล่าวคือ ข้อมูลส่วนบุคคลได้สูญเสียองค์ประกอบด้านความมั่นคงปลอดภัยกรณีใดกรณีหนึ่ง ได้แก่ การสูญเสียการเป็นความลับ (confidentiality breach) การสูญเสียความถูกต้องครบถ้วน (integrity breach) หรือการสูญเสียสภาพพร้อมใช้งาน (availability breach) ของข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดจากการดำเนินการของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นับแต่ทราบเหตุ (become aware) โดยหลักการนั้นให้เริ่มนับเมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการแจ้งจากผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่าการเริ่มนับระยะเวลา 72 ชั่วโมง เริ่มนับเมื่อได้รับการแจ้งจากผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ดูข้อ 3) ประกอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรมีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงองค์กรที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถตรวจสอบว่ามีเหตุการละเมิดเกิดขึ้นหรือไม่และสามารถ รับทราบ การละเมิดใดๆ ในเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย


พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ กำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้ง (ขณะนี้ยังไม่มีประกาศ) โดยหน้าที่ระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและเงื่อนไขการแจ้งในรายละเอียดจะเป็นไปตามที่กำหนดในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA : Data Processing Agreement)

ตามประกาศฯ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ ยังได้กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) ที่รวมถึงการกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ 

รวมทั้งการแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น โดยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำตามประกาศฯ โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย

ดังนั้น ผู้ว่าจ้างจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมในฐานะผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายในการกำหนดเงื่อนไขและวิธีการแจ้งที่เหมาะสม รวมถึงมาตรการการดำเนินการต่างๆ เมื่อเกิดเหตุที่ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถบรรลุหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นไปโดยสอดคล้องกับเงื่อนไขในแง่การดำเนินการและเงื่อนไขทางธุรกิจของผู้รับจ้างอีกด้วย.


ศุภวัชร์ มาลานนท์
บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ref: https://www.bangkokbiznews.com/tech/1025835


บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายว่าด้วยการใช้ซิมการ์ดในทางที่ผิด
เหมือนกับบ้านเรา สิงคโปร์กำลังเผชิญกับการหลอกลวงที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์ในปี 2566
20 ก.พ. 2025
IG การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา Ireland Data Protection Commission (DPC) ได้เผยแพร่คำสั่งลงโทษปรับ Meta Platforms Ireland Limited (Instagram)
13 ส.ค. 2024
การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและการพัฒนา AI
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มาตรา 37 (3) กำหนดให้องค์กรมีหน้าที่จัดให้มีระบบการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
13 ส.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy