แชร์

Twitter AI และข้อจำกัดทางกฎหมายในการพัฒนา AI

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
705 ผู้เข้าชม

กรอบนโยบายทางกฎหมายในการพัฒนา AI อาจยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป ทำให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้เทคโนโลยี AI ของบริษัทต่างๆ ยังนำไปสู่ข้อร้องเรียนและการดำเนินการตรวจสอบทางกฎหมาย ล่าสุด AI โมเดลที่ถูกร้องเรียนได้แก่ Twitter AI หรือ Grok AI

          Grok AI เป็นของบริษัท xAI ซึ่งก่อตั้งโดย Elon Musk ในปี 2566 มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกแทนแชตบอต AI อื่นๆ เช่น ChatGPT ของ OpenAI โดย Grok ถูกรวมเข้ากับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X (เดิมคือ Twitter) ของ Musk และถูกออกแบบให้มีบุคลิกที่ตลกขบขันและ ขบถ มากขึ้น สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Musk ในการสร้าง AI ที่ให้การสนทนาแบบไม่จำกัดมากขึ้น

          ชื่อ Grok มาจากหนังสือไซไฟชื่อดังเรื่อง Stranger in a Strange Land โดย Robert A. Heinlein ซึ่งหมายถึงการเข้าใจบางสิ่งอย่างถ่องแท้ทั้งในเชิงตรรกและอารมณ์ ปัจจุบัน Grok 2 AI Assistant เปิดให้ใช้งานได้เฉพาะผู้ใช้บริการ X/Twitter ที่สมัครสมาชิกแบบ Premium หรือ Premium+ เท่านั้น

          NOYB องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองยุโรป กล่าวอ้างว่า Twitter International (ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น X) ได้เริ่มใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการกว่า 60 ล้านคนในสหภาพยุโรป (EU/EEA) ในการฝึกอบรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของตน (เช่น Grok) โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการและไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าตั้งแต่เดือน พ.ค.2567

          ฉะนั้น เพื่อหยุดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผิดกฎหมายนี้ NOYB จึงได้ร้องเรียน X ไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย GDPR ในประเทศต่างๆ ของสหภาพยุโรป ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม ฝรั่งเศส กรีซ ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน และโปแลนด์ รวมจำนวน 9 คำร้อง

          NOYB ได้ขอให้มีการสืบสวนอย่างเต็มรูปแบบ ในการพิจารณาคดีครั้งแรกของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไอร์แลนด์ (DPC) ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่มีอำนาจสืบสวนการกระทำความผิดของ X

          โดย DPC มีการตกลงกับ X ให้หยุดการฝึกอบรมอัลกอริทึมด้วยข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองในสหภาพยุโรปจนถึงเดือนก.ย. แต่ยังไม่ได้ตัดสินว่าการกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

          ทั้งยังมีคำถามหลายประการที่ไม่ได้รับคำตอบ เช่น ข้อมูลของพลเมืองในสหภาพยุโรปที่ได้ถูกนำเข้าสู่ระบบแล้วเกิดอะไรขึ้น และ X จะแยกข้อมูลของพลเมืองในสหภาพยุโรปและนอกสหภาพยุโรปได้อย่างไร

          ด้วยเหตุนี้ NOYB จึงได้ยื่นคำร้องภายใต้กฎหมาย GDPR กับหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใน 9 ประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาทางกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับการฝึกอบรม AI ของ X จะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์และสอดคล้องกับ GDPR

          และเชื่อว่าหากหน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปในประเทศอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้มากขึ้น ความกดดันต่อ DPC ของไอร์แลนด์ และ X ในการปฏิบัติตามกฎหมายของสหภาพยุโรปก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

          NOYB เห็นว่า GDPR มีทางออกที่ง่ายสำหรับการที่ผู้ใช้บริการจะ ให้ ข้อมูลส่วนบุคคลของตน เพื่อการพัฒนา AI โดยเพียงแค่นักพัฒนา/ผู้ให้บริการขอความยินยอมที่ชัดเจนจากผู้ใช้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

          หากมีผู้ใช้เพียงส่วนน้อยจาก 60 ล้านคนของ X ที่ให้ความยินยอมให้ข้อมูลของตนไปใช้ในการฝึกอบรม AI X ก็จะมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการพัฒนา AI รุ่นใหม่ๆ

          แต่การขอความยินยอมจากผู้ใช้บริการกลับไม่ใช่วิธีการที่ X เลือกใช้ในขณะนี้ แต่กลับนำข้อมูลของผู้ใช้บริการไปใช้โดยไม่แจ้งให้ทราบหรือขอความยินยอม ทั้งๆ ที่บริษัทติดต่อโดยตรงกับผู้ใช้บริการเพียง แค่ต้องแสดงข้อความการขอความยินยอมก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเท่านั้น (แต่กลับไม่ทำ)

          เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป X ต้องมีฐานทางกฎหมาย 1 ใน 6 ฐานทางกฎหมายภายใต้มาตรา 6 (1) ของ GDPR

          ซึ่งแม้ว่าทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดในมุมมองของ NOYB คือ การขอความยินยอม แต่ X อ้างว่ามี ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (LI: legitimate interest) ที่มีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

          NOYB เห็นว่า X พิจารณาว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจของตนสำคัญว่า สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และการตีความทำนองนี้ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปเคยวางแนวบรรทัดฐานว่า ไม่เห็นด้วยมาแล้วในกรณีที่เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ Meta ในการโฆษณาที่เจาะจงเป้าหมาย

          กรณีข้อร้องเรียนดังกล่าวหากพิจารณาภายใต้บริบทของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า X ปฏิบัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างน้อยใน 2 กรณี ดังนี้

          1.การไม่มีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากกรณีนี้ X ใช้ฐานทางกฎหมาย คือ ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 24 (5)) โดยไม่ใช้ การขอความยินยอม (มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 19) ในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์

          ซึ่งการเลือกระหว่างฐานทางกฎหมายในสองกรณีดังกล่าวข้างต้น หน่วยงานมีหน้าที่ต้องประเมินตามวัตถุประสงค์ บริบท ลักษณะของการนำข้อมูลไปใช้ และความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประกอบกัน

          2.การไม่แจ้งวัตถุประสงค์ และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 21 และ 23

          คงต้องมารอดูกันว่าคำร้องใน 9 ประเทศดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทิศทางการพัฒนา AI อย่างไรบ้าง

 

.....เรียบเรียงจาก

1. NOYB, Twitters AI plans hit with 9 more GDPR complaints,

2. Forbes, Rights Group Goes After X Over AI Training Data,


บทความที่เกี่ยวข้อง
การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA)
ตามแนวทางการดำเนินการในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
13 ส.ค. 2024
CrowdStrike หน้าที่และความรับผิดตาม PDPA เป็นของใคร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กำหนดหน้าที่ขององค์กรที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ CrowdStrike ไว้ดังนี้
20 ก.พ. 2025
Digital Twins แบบจำลองดิจิทัล (Digital Replicas)
แบบจำลองดิจิทัล (Digital Replicas) หรือที่เรียกกันว่า "ฝาแฝดดิจิทัล" (Digital Twins) คือการจำลองเสมือนจริงของวัตถุหรือระบบทางกายภาพ
20 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy