แชร์

การใช้ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า โอกาสหรือความเสี่ยง ?

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
659 ผู้เข้าชม

16 พ.ค.2567 Dutch DPA หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย GDPR ในเนเธอร์แลนด์ ได้มีคำสั่งกำหนดค่าปรับและคำสั่งลงโทษเพิ่มเติม ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวต่อกรณีการกระทำผิดของ Clearview AI ผู้ให้บริการข้อมูลภาพจำลองใบหน้า (facial recognition) เป็นเงิน  30,500,000 ยูโร

          Clearview AI บริษัทสัญชาติอเมริกันที่ไม่มีสำนักงานในยุโรป โดยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าอัจฉริยะและการประมวลผลจาก big data โดยมีฐานข้อมูลภาพใบหน้าของบุคคลจำนวนมากกว่า 30 พันล้านภาพ ซึ่งบริษัทเก็บรวบรวมมาจากข้อมูลต่าง ๆ ที่เผยแพร่และเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เน็ต

           โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Crawler (หรือ Web Crawler) โดยการใช้โปรแกรมหรือบอทที่ถูกออกแบบมาให้ท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติเพื่อเก็บข้อมูล โดยเฉพาะในบริบทของเครื่องมือค้นหา (Search Engines) เช่น Google, Bing, หรือ Yahoo!

          บอทเหล่านี้จะทำการค้นหาและจัดเก็บข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการสร้างดัชนี (Indexing) เพื่อให้เครื่องมือค้นหาสามารถแสดงผลลัพธ์ของการค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          Crawlers จะทำงานโดยการเริ่มต้นจากหน้าเว็บไซต์หนึ่ง และจากนั้นติดตามลิงก์ต่าง ๆ ที่ปรากฏในหน้านั้นเพื่อไปยังหน้าอื่น ๆ ต่อไป โดยกระบวนการนี้จะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมหน้าเว็บที่กว้างขวางมากที่สุด

          Clearview AI ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการระบุตัวผู้กระทำความผิด

          อย่างไรก็ตาม ตลอดสามปีที่ผ่านมา มีหน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPA: Data Protection Authority) ในประเทศต่าง ๆ ของยุโรปได้มีคำสั่งปรับ Clearview เป็นจำนวนเงินหลายล้านยูโรแล้ว อาทิ

          UK ICO เป็นเงินจำนวน 7,500,000 ปอนด์ (คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งของ ICO) Italian DPA เป็นเงินจำนวน 20,000,000 ยูโร Swedish DPA เป็นเงินจำนวน 248,218 ยูโร และ Greek DPA เป็นเงินจำนวน 20,000,000 ยูโร เป็นต้น

          วันนี้ ผู้เขียนจึงขอนำท่านผู้อ่านมาเรียนรู้ข้อจำกัดในการใช้เทคโนโลยีการจดจำภาพใบหน้าและความไม่สอดคล้องของการดำเนินการของบริษัทตามาตรฐานกฎหมายของยุโรปตามที่ Dutch DPA กล่าวกันดูครับ

1.การประมวลผลข้อมูลชีวภาพ
          การที่บุคคลในภาพถ่ายสามารถระบุคคลได้ ไม่เพียงพอที่จะถือว่าภาพถ่ายเหล่านี้เป็นข้อมูลชีวภาพ ภาพถ่ายจะถูกจัดประเภทเป็นข้อมูลชีวภาพก็ต่อเมื่อมีการประมวลผลผ่านวิธีการทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงซึ่งทำให้มีสามารถระบุตัวตนหรือการตรวจสอบความถูกต้องของบุคคลธรรมดาอย่างเฉพาะเจาะจงได้

          โดย Clearview AI ได้ใช้อัลกอริทึมในการแปลงภาพถ่ายที่รวบรวมและอัปโหลดเป็นเวกเตอร์ และจัดเก็บภาพถ่ายพร้อมกับเวกเตอร์ที่สอดคล้องกันในฐานข้อมูล ดังนั้น Clearview AI จึงใช้วิธีการทางเทคนิคกับภาพดังกล่าวเหล่านั้นแล้ว

          และวัตถุประสงค์ของวิธีการทางเทคนิคเหล่านี้คือเพื่อให้สามารถรระบุตัวบุคคลธรรมดาอย่างเฉพาะเจาะจง โดยฟังก์ชันการค้นหาจะเปรียบเทียบเวกเตอร์ของภาพที่อัปโหลดกับภาพอื่น ๆ ในฐานข้อมูล และแสดงในภาพอื่น ๆ ที่มีการปรากฏของข้อมูลของบุคคลนั้น นอกจากนี้ยังสามารถได้รับ URL และเมตะดาต้าที่เกี่ยวข้องกับภาพเหล่านี้ด้วย

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเนเธอร์แลนด์

          ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลโดยใช้ crawler ของ Clearview AI ไม่มีการกำหนดข้อจำกัดใด ๆ ในแง่ของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์หรือสัญชาติ Clearview AI เปรียบเทียบขอบเขตของการรวบรวมข้อมูลกับข้อมูลที่ Google จัดเก็บ ซึ่งไม่มีข้อจำกัดล่วงหน้าเช่นกัน

          คลังภาพของ Clearview AI ประกอบด้วยข้อมูลสาธารณะที่สามารถค้นหาได้จากการค้นหาผ่าน Google ทั่วไป และจากฐานข้อมูลภาพถ่ายจำนวน 30 พันล้านภาพบริษัทไม่มีการดำเนินมาตรการใด ๆ ในการคัดกรองและป้องกันภาพถ่ายของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของชาวดัตช์ (หรือพฤติกรรมของพวกเขาในเนเธอร์แลนด์) ออกจากฐานข้อมูล

ตรงกันข้าม Crawler ของ Clearview ได้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ของเนเธอร์แลนด์เช่นกัน ในบริบทนี้ ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติเนเธอร์แลนด์พบว่า 97% ของชาวดัตช์ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่บ้านได้ 87.6% ของผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ระบุว่าพวกเขาใช้อินเทอร์เน็ตเกือบทุกวันในช่วงสามเดือนก่อนหน้า

 

          ในปี 2019 พบว่า 63% ของชาวดัตช์ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปมีความเคลื่อนไหวในหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งเครือข่ายสังคม เช่น Facebook, Twitter, Instagram หรือ Snapchat ซึ่งยืนยันข้อเท็จจริงว่าข้อมูลส่วนบุคคลของชาวดัตช์จะถูกประมวลผลโดย Clearview AI

3.ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

          Clearview AI อ้างว่าใช้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (legitimate interest) ในการประมวลผลข้อมูลชีวภาพ และในกรณีนี้บริษัทไม่ได้มีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

          ซึ่งกรณีนี้ Dutch DPA เห็นว่าประโยชน์ ในทางธุรกิจขององค์กร ไม่ได้สัดส่วนกับผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยเฉพาะเมื่อ มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์จำนวนมากที่บริษัทเก็บรวบรวมเพื่อสร้างฐานข้อมูลภาพจำลองใบหน้า

          ส่วนข้อกล่าวอ้างของบริษัทที่ว่า เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชัดแจ้งของผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นมีเจตนาให้นำภาพถ่ายของตนเองไปใช้ได้

          บริษัทจึงไม่มีฐานทางกฎหมายหรือความชอบธรรมตามที่กฎหมายกำหนด ในการเก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายบุคคลจากแหล่งต่างเพื่อจัดทำฐานข้อมูลภาพจำลองใบหน้า

4.ความโปร่งใสและการแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

          Dutch DPA ตรวจสอบ Privacy Notice ฉบับปัจจุบันและย้อนหลังของบริษัทแล้วเห็นว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความโปร่งใสและหน้าที่ในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

          โดยเมื่ออ่าน Privacy Notice ของบริษัทแล้ว เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่อาจทราบได้เลยว่า Clearview AI กำลังประมวลผลภาพถ่ายของพวกเขา (รวมถึงเมตะดาต้า) เพื่อวัตถุประสงค์ในการจดจำใบหน้า รวมทั้งการที่ Clearview AI ไม่มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลได้รับทราบ

          5.การไม่เคารพต่อสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดย Clearview AI ปฏิเสธคำขอใช้สิทธิและไม่ดำเนินการให้มีช่องทางที่เหมาะสมในการขอใช้สิทธิ

          เรื่องนี้คงยังไม่จบง่าย ๆ ต้องมารอดูกันว่า Clearview AI จะใช้มาตรการใดในการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งต่าง ๆ ของหน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรป

          รวมทั้งความพยายามของ Dutch DPA ที่กำลังพิจารณาว่าจะมีช่องทางในการดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารของ Clearview AI ได้หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพและสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้จริง.
 

เรียบเรียงจาก Dutch DPA imposes a fine on Clearview because of illegal data collection for facial recognition


บทความที่เกี่ยวข้อง
IG การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา Ireland Data Protection Commission (DPC) ได้เผยแพร่คำสั่งลงโทษปรับ Meta Platforms Ireland Limited (Instagram)
13 ส.ค. 2024
CrowdStrike หน้าที่และความรับผิดตาม PDPA เป็นของใคร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กำหนดหน้าที่ขององค์กรที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ CrowdStrike ไว้ดังนี้
20 ก.พ. 2025
Work From Home กับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
นับตั้งแต่วันที่มีการระบาดของโควิด 19 จนถึงวันนี้ Work From Home ( WFH ) เริ่มกลายเป็นภาวะปกติของการทำงานในหลายองค์กร
13 ส.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy