แชร์

การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA)

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
1984 ผู้เข้าชม

ตามแนวทางการดำเนินการในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
(แนวทางการแจ้งวัตถุประสงค์) โดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีตัวอย่างกรณีศึกษา 3 กรณี
ที่องค์กรควรจัดทำการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA: Data Protection Impact Assessment) ดังนี้


กรณีศึกษาที่ 1 ห้องสมุดสาธารณะสำหรับประชาชนแห่งหนึ่งมีโครงการจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลในเชิงสถิติของผู้ใช้หรือสมาชิกห้องสมุดในรอบ 100 ปี นับแต่การก่อตั้งห้องสมุดสาธารณะ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ผ่านมาดังกล่าว มีเพียงชื่อและนามสกุลของผู้ใช้หรือสมาชิก โดยไม่มีที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของสมาชิกแต่อย่างใด ในกรณีนี้ถือว่า การแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ดังกล่าวโดยส่งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สมาชิกห้องสมุดที่มีสมาชิกมากกว่า 100 ปี ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากเป็นการยากที่ห้องสมุดสาธารณะจะหาที่อยู่ของสมาชิกให้ครบทุกคนได้ในรอบ 100 ปีที่ห้องสมุดเปิดทำการ เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่และการเก็บรวบรวมเพียงชื่อและนามสกุลดังกล่าว โดยไม่มีที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่เป็นสาระสำคัญแต่อย่างใด (แนวทางการแจ้งวัตถุประสงค์ ข้อ 5.2)


กรณีศึกษาที่ 2 หน่วยงาน ข ได้รับชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของสมาชิกจากเลขานุการ ของหน่วยงาน ค เพื่อส่งจดหมายเชิญให้สมาชิกของหน่วยงาน ค ให้เข้าร่วมการเสวนาเรื่องการคุ้มครองเด็ก
ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นสมาชิกของหน่วยงาน ค แต่ละรายไม่ทราบถึงการส่งข้อมูลดังกล่าว
ของเลขานุการของหน่วยงาน ค ไปยังหน่วยงาน ข ในการนี้ หน่วยงาน ข มีหน้าที่ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สมาชิกของหน่วยงาน ค ทราบ ในการติดต่อ
กับสมาชิกของหน่วยงาน ค ครั้งแรก และหากจะเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไปใช้สำหรับการติดต่ออย่างอื่น
ในอนาคต หน่วยงาน ข จะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
(แนวทางการแจ้งวัตถุประสงค์ ข้อ 4.2)


กรณีศึกษาที่ 3 มหาวิทยาลัย ง มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อและนามสกุล
ของนักศึกษา รวมถึงข้อมูลของผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลดังกล่าว มหาวิทยาลัย ง จะมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ติดต่อได้ในกรณีเร่งด่วน (emergency contact) มากกว่า 10,000 ราย โดยข้อมูลทั้งหมดนักศึกษาเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว (โดยไม่ได้มาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง) มหาวิทยาลัย ง ไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใน กรณีฉุกเฉินเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล คือ ผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของนักศึกษาให้ความยินยอมก่อนมหาวิทยาลัย ง เพียงดำเนินการประเมินความเสี่ยงโดยอาจจัดทำ DPIA หรือมีข้อกำหนด มาตรฐานว่าจะใช้ข้อมูลฉุกเฉินในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น โดยอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมาเก็บรวบรวมในระบบคอมพิวเตอร์ที่จำกัดจำนวนบุคคลที่สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม (แนวทางการแจ้งวัตถุประสงค์ ข้อ 5.2)


จากทั้ง 3 กรณีศึกษาข้างต้น เป็นประเด็นเกี่ยวกับการแจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลใหม่
อันเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลต่างไปจากที่ได้ทำการเก็บรวบรวม (secondary use/re-purpose) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ดังกล่าวก่อให้เกิดหน้าที่ในการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และในบริบทของการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์นั้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบจากการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเดิมไม่ได้ให้ความยินยอมและไม่ได้รับทราบก่อนที่องค์กรจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรจะมีการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA: Data Protection Impact Assessment)
เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงหรือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
หรือพิจารณาว่าการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวขององค์กรอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ โดยเฉพาะถ้ามีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมและไม่ได้รับทราบกับเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยที่เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้เกิดการประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลจำนวนมาก เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์
หรือ Artificial Intelligence (AI) เป็นต้น จากการนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมาใช้ (แนวทางการแจ้งวัตถุประสงค์ ข้อ 4.2)


แม้ว่าตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ จะมิได้กำหนดเป็นหน้าที่โดยตรงให้องค์กรต้องจัด DPIA แต่ตามกฎหมายได้กำหนดให้องค์กรต้องมีการประเมินความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในหลาย ๆ กรณี และตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 การประเมินความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การที่องค์กรมีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการจัดทำ DPIA จึงถือได้ว่าเป็นมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) ที่สามารถนำมาใช้เพื่อบริหารความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย


นอกจากนี้ การจัดทำ DPIA ยังเป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับในหลาย ๆ อุตสาหกรรมที่ได้ส่งเสริมให้มีการนำ DPIA มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจประกันวินาศภัยโดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยซึ่งกำหนดให้ในการประมวลผลข้อมูลที่มีความเสี่ยงสูง อันจะส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของลูกค้าตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด บริษัทประกันฯ ต้องจัดให้มีการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อ 4 วรรค 2) เป็นต้น

อ้างอิง
1. แนวทางการดำเนินการในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565

 

โดย
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


บทความที่เกี่ยวข้อง
การโพสต์หรือแชร์รูปภาพ ไม่มีความรับผิดทางอาญาตาม PDPA
การโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล อย่างภาพใบหย่า ข้อมูลประวัติอาชญากรรม ภาพถ่ายใบหน้าลูกหนี้ แม้จะเข้าข่ายข้อยกเว้นการใช้บังคับกฎหมาย PDPA
24 ต.ค. 2024
Digital Twins แบบจำลองดิจิทัล (Digital Replicas)
แบบจำลองดิจิทัล (Digital Replicas) หรือที่เรียกกันว่า "ฝาแฝดดิจิทัล" (Digital Twins) คือการจำลองเสมือนจริงของวัตถุหรือระบบทางกายภาพ
20 ก.พ. 2025
ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นสำหรับการติดต่อกลับ
หลาย ๆ ท่านที่เคยติดต่อสถาบันการเงินผ่านช่องทางออนไลน์อาจจะเคยพบว่าเว็บไซต์ของสถาบันการเงินบางแห่งมีการขอให้กรอกข้อมูลต่าง ๆ
13 ส.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy