แชร์

แนวทางในการคัดเลือก Data Protection Officer: DPO

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
1761 ผู้เข้าชม

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ถือเป็นบุคคลสำคัญในการกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงได้กำหนดหน้าที่ในการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ โดยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มี DPO ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด หรือ
(2) การดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอโดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด หรือ
(3) กิจกรรมหลัก ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

โดยในปัจจุบัน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่ได้มีการออกประกาศตามข้อ (1) และ (2) ดังกล่าวข้างต้น
ในส่วนของบุคคลที่จะทำหน้าที่ DPO กฎหมายกำหนดว่าอาจเป็นพนักงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญาก็ได้เช่นกัน โดยหน้าที่หลัก ๆ ของ DPO คือ การให้คำแนะนำและตรวจสอบองค์กรนั้น ๆ ในการปฏิบัติและดำเนินการให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ รวมทั้งการประสานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

DPO จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำพาองค์กรให้ปฏิบัติสอดคล้องกับกฎหมาย โดยในการแต่งตั้ง DPO องค์กรจะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ DPO ให้สามารถปฏิบัติตามให้สอดคล้องกับหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ และต้องไม่มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (conflict of interest) กล่าวคือ มีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการและวัตถุประสงค์ หรือการตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร

นอกจากจะกำหนดหน้าที่ของ DPO แล้ว กฎหมายยังกำหนดหน้าที่ขององค์กรให้ต้อง สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ ของ DPO อีกด้วย อาทิ ต้องจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์อย่างเพียงพอและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้ง DPO ต้องมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่โดยการห้ามเลิกจ้างด้วยเหตุที่DPO ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย รวมทั้งให้สามารถรายงานไปยังผู้บริหารสูงสุดขององค์กรได้โดยตรง เป็นต้น

การแต่งตั้ง DPO ที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและการปฏิบัติตามกฎหมาย (accountability) ในการสรรหาและแต่งตั้ง DPO ที่เหมาะสมนั้น CNIL ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศฝรั่งเศส ได้ให้แนวทางในการพิจารณาและดำเนินการไว้ดังนี้
(1) บุคคลนั้นเป็นผู้ที่มีความสนใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและหน้าที่ของ DPO หรือไม่
(2) องค์กรได้ตรวจสอบว่าตำแหน่งหรือหน้าที่ที่มีอยู่เดิม (ตำแหน่งปัจจุบัน) ของบุคคลที่จะเป็น DPO ไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนแล้วหรือไม่
(3) บุคคลที่จะเป็น DPO มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางกฎหมายและทางเทคนิค มีความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติขององค์กรและธุรกิจนั้น ๆ  รวมถึงทักษะที่จำเป็น เช่น ความสามารถในการสื่อสาร ฯลฯ หรือไม่?
(4) หากมีความจำเป็น องค์กรจะมีแผนการฝึกอบรมสำหรับ DPO หรือไม่?
(5) องค์กรได้พิจารณาเอกสารเพื่อแสดงให้เห็นถึงการคัดเลือก DPO  อย่างเหมาะสมหรือไม่? เช่น CV หรือใบรับรอง (Certification) ฯลฯ
(6) องค์กรมีแผนจะสื่อสารภายในองค์กรแก่พนักงาน ลูกจ้าง ฯลฯ เกี่ยวกับการกำหนดให้มี DPO หรือไม่?
(7) หน้าที่และเงื่อนไขในการปฏิบัติหน้าที่ของ DPO ถูกกำหนดไว้ในสัญญาให้บริการหรือคำสั่งแต่งตั้งหรือไม่?
(8) มีการรับรองความเป็นอิสระของ DPO หรือไม่ เช่น จะไม่ถูกลงโทษในการปฏิบัติหน้าที่ DPO การไม่ถูกสั่งการในบริบทของการปฏิบัติหน้าที่ DPO?
(9) องค์กรอนุญาตให้ DPO สามารถรายงานโดยตรงต่อผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ DPO หรือไม่?
(10) มีการประเมินภาระงานและความต้องการของ DPO เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พนักงานสนับสนุน ฯลฯ หรือไม่?
(11) DPO สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้หรือไม่ มีการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่?
(12) องค์กรมีการกำหนดวิธีการติดต่อที่ช่วยให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถ DPOได้โดยง่าย เช่น อีเมลโดยเฉพาะ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ หรือไม่?
(13) องค์กรมีการกำหนดขอบเขตภาระงานของ DPO อย่างชัดเจนหรือไม่ เช่น การเก็บบันทึก การจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ

หากในการแต่งตั้ง DPO ขององค์กร ได้ทำการประเมินจากข้อแนะนำทั้ง 13 ข้อดังกล่าวข้างต้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า (demonstrate of compliance) การแต่งตั้ง DPO ขององค์กรได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว และแม้องค์กรจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมี DPO แต่หากองค์กรมีความพร้อมและต้องการดำเนินการที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความเป็นระบบ ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ และสร้างคงวามน่าเชื่อถือต่อผู้รับบริการ การจัดให้มีบุคคลที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเสมือนหนึ่ง DPO ขององค์กรก็ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีขององค์กร.

โดย

ศุภวัชร์ มาลานนท์
GMI มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ปัณฑารีย์ อวยจินดา
บริษัท ดีพีโอเอเอเอส จำกัด

cr: https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1047833


บทความที่เกี่ยวข้อง
CrowdStrike หน้าที่และความรับผิดตาม PDPA เป็นของใคร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กำหนดหน้าที่ขององค์กรที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ CrowdStrike ไว้ดังนี้
20 ก.พ. 2025
โพลล์การเมืองและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในช่วงนี้ สิ่งที่ผู้คนในประเทศไทยให้ความสนใจที่สุด คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการเมือง ว่าบุคคลใดหรือพรรคใดจะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ
13 ส.ค. 2024
ข้อมูลประวัติอาชญากรรม เรื่องที่ HR ต้องรู้และต้องระวัง
ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
24 ต.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy