แชร์

การเริ่มนับระยะเวลา แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2024
9765 ผู้เข้าชม

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4) กำหนดให้องค์กรซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้

หน้าที่แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มีประเด็นที่ต้องพิจารณาทางกฎหมายหลายประการ โดยเฉพาะการเริ่มนับระยะเวลา 72 ชั่วโมงว่าเริ่มเมื่อไหร่ เนื่องจากองค์กรอาจมีความรับผิดทางกฎหมายหากไม่แจ้งภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ถ้อยคำหนึ่งในมาตรา 37(4) ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเริ่มนับระยะเวลา คือ นับแต่ทราบเหตุ(become aware) ซึ่งต้องทำความเข้าใจทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายประกอบกัน เพื่อทำความเข้าใจจุดเริ่มต้นการนับระยะเวลาดังกล่าวมากขึ้น 
ผู้เขียนขอนำกรณีศึกษาตาม WP29 Guidelines on Personal Data Breach Notification under Regulation 2016/679 (GDPR) มาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ดังนี้

WP29 ให้ข้อแนะนำว่าตาม GDPR นับแต่ทราบเหตุ ให้เริ่มต้นเมื่อ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีความแน่ใจในว่าเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้น (security incident) มีผลทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกละเมิด

ในกรณีนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตามแนวทางของ GDPR นั้นไม่ใช่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกปะเภทหรือเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลทุกประเภทจะเข้าเงื่อนไขของ Data Breach หรือที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เรียกว่า เหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ดังนั้น สิ่งแรกที่องค์กรต้องทำการประเมินก่อน คือ ผลของเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยง หรือความไม่มั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ 

วินาทีที่มี reasonable degree of certainty คือจุดเริ่มต้นนับหนึ่งของระยะเวลา ที่ต้องแจ้งอย่างช้าภายใน 72 ชั่วโมงตามเงื่อนไขที่ GDPR กำหนดหากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ดังนั้น กระบวนการตรวจสอบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลเบื้องต้น ที่สามารถนำไปสู่ระดับความแน่นอนพอสมควร (reasonable degree of certainty) ว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกทำให้สูญเสียการเป็นความลับ ความถูกต้อง หรือความพร้อมใช้งาน (Security Triad: loss of confidentiality, integrity and/or availability) จึงเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญของการเริ่มต้นนับระยะเวลา
นอกจากนี้ องค์กรยังมีหน้าที่ต้องจัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรเพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะสามารถ ทราบเหตุได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย

ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้องค์กรใช้เป็นข้ออ้างได้ว่า ไม่สามารถตรวจพบหรือทราบเหตุ เพราะเมื่อกฎหมายบังคับให้ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมแล้ว โดยผลของการจัดให้มีมาตรการดังกล่าว องค์กรจึงมีหน้าที่ต้องรู้หรือควรรู้ว่าเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การพิจารณา นับแต่ทราบเหตุ ก็ยังคงเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป ในบางกรณีก็อาจจะใช้เวลาพอสมควรเพื่อให้สามารถแน่ใจ (degree of certainty) ว่าเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล (security incident) หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ซึ่ง WP29 ได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาของการพิจารณาไว้ ดังนี้

ตัวอย่างที่ 1 กรณี USB key สูญหาย
กรณีที่ USB key ที่ถูกเข้ารหัสไว้สูญหาย กรณีนี้ย่อมมีความไม่แน่นอนว่าผู้ที่ได้ไปจะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลใน USB key หรือไม่และข้อมูลจะสูญเสียการเป็นความลับหรือไม่ (confidentiality breach) แต่ในกรณีนี้ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าองค์กรได้สูญเสียความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลหรือความพร้อมใช้ของข้อมูลไปแล้ว (availability breach)

นับแต่ทราบเหตุ จึงเริ่มต้นตั้งแต่องค์กรรู้ว่า USB key ได้หายไป

ตัวอย่างที่ 2 ข้อมูลถูกเปิดเผยไปยังบุคคลภายนอก
มีบุคคลภายนอกได้แจ้งให้องค์กรทราบว่าเขาได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าขององค์กรโดยอาจจะเกิดจากการส่งอีเมลผิดหรือจดหมายผิด และบุคคลภายนอกนั้นได้แสดงหลักฐานให้เห็นว่าเขาได้รับข้อมูลมาโดยไม่ถูกต้อง กรณีนี้ต้องถือว่าเกิดการสูญเสียการเป็นความลับของข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นแล้ว (confidentiality breach)

นับแต่ทราบเหตุ จึงเริ่มต้นตั้งแต่องค์กรได้รับทราบหลักฐานของการเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ตัวอย่างที่ 3 เครือข่ายถูกโจมตีหรือถูกเข้าถึง
ในกรณีที่มีตรวจพบว่าอาจจะมีการเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และองค์กรได้ตรวจสอบระบบแล้วพบว่ามีการเข้าถึงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กร

นับแต่ทราบเหตุ จึงเริ่มต้นตั้งแต่องค์กรสามารถยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบ

ตัวอย่างที่ 4 อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์/การเรียกค่าไถ่

องค์กรถูกเรียกค่าไถ่จากแฮกเกอร์เพื่อแลกกับการไม่เผยแพร่ข้อมูลออกสู่สาธารณะ องค์กรจึงเร่งตรวจสอบระบบของตนเองว่าถูกละเมิดหรือโจมตีโดยบุคคลภายนอกหรือไม่ ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบยืนยันว่ามีการถูกเข้ารหัสข้อมูลโดยบุคคลภายนอกจริง

นับแต่ทราบเหตุ จึงเริ่มต้นตั้งแต่องค์กรสามารถยืนยันว่าระบบของตนเองถูกโจมตีและมีข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบ

ตัวอย่างที่ 5 เหตุการละเมิดเกิดจาก ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ส่วน ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นเท่านั้น 

ใน WP29 Guidelines ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า นับแต่ทราบเหตุ จะเริ่มจากการที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทราบเหตุหรือจากการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับแจ้งจากผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล แต่ข้อตกลงในสัญญาระหว่างกัน (Data Processing Agreement) ต้องกำหนดหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้างเพื่อสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับองค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น

ที่ผู้เขียนกล่าวมาทั้งหมด เป็นเงื่อนไขหนึ่งของหน้าที่ แจ้ง เหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนของเงื่อนไขการเริ่มนับระยะเวลา 72 ชั่วโมงเท่านั้น การที่ต้องแจ้งหรือไม่ต้องแจ้งและต้องแจ้งใครบ้าง วิธีการแจ้งและมาตรการต่างๆ ที่ต้องดำเนินการเมื่อเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณา จากการประเมินความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประกอบอีกด้วย.

อ้างอิง WP29, Guidelines on Personal data breach notification under Regulation 2016/679, 3 October 2017; as last revised and adopted on 6 February 2018

credit: https://www.bangkokbiznews.com/columnist/992923


คอลัมน์ : Tech Law and Security 
ศุภวัชร์ มาลานนท์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ระวีวรรณ ขันติวิริยะพานิช
DPOaaS Limited


บทความที่เกี่ยวข้อง
การโพสต์หรือแชร์รูปภาพ ไม่มีความรับผิดทางอาญาตาม PDPA
การโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล อย่างภาพใบหย่า ข้อมูลประวัติอาชญากรรม ภาพถ่ายใบหน้าลูกหนี้ แม้จะเข้าข่ายข้อยกเว้นการใช้บังคับกฎหมาย PDPA
24 ต.ค. 2024
แว่นตาอัจฉริยะ Facebook Smart Glasses smart devices
แว่นตาอาจถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์พกพาชนิดหนึ่งที่อยู่คู่กับหลาย ๆ คนมานาน ในยุคที่ทุกๆ อย่างถูกทำให้อัจฉริยะมากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีฝังเข้าไปในอุปกรณ์
6 ส.ค. 2024
Work From Home กับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
นับตั้งแต่วันที่มีการระบาดของโควิด 19 จนถึงวันนี้ Work From Home ( WFH ) เริ่มกลายเป็นภาวะปกติของการทำงานในหลายองค์กร
13 ส.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy